0x7d44…1228

All memos sent from and to 0x7d44…1228.

เก่งกาจเกินไป... เหยียนเยว่เอ่อร์ถอนหายใจ โซ่เปลวเพลิงที่หลินหมิงใช้ตอนท้ายเพื่อจับปะการังสีดำนั้น คือวิถีแห่งเพลิงระดับที่ 4 - วิถีแห่งการประจักษ์ แม้ว่าเหยียนเยว่เอ่อร์เองก็สัมผัสถึงวิถีแห่งเพลิงระดับที่ 4 ได้ แต่นางก็ยังคงห่างไกลจากความสามารถในการใช้มัน ในการต่อสู้ที่แท้จริงเช่นหลินหมิง เหยียนเยว่เอ่อร์คิดถึงความแตกต่างระหว่างนางและหลินหมิง ความแตกต่างของพวกเขาในการทำความเข้าใจกฎถือว่าเล็กที่สุด แต่ความแตกต่างของความสามารถในการต่อสู้นั้นมากมายอย่างยิ่ง และที่เรียกว่า "การต่อสู้" ก็คือเมื่อฝ่ายตรงข้ามทั้งสองเท่าเทียมกัน เผชิญหน้ากันบนเวที แต่ในโลกแห่งความจริงที่ซับซ้อนด้วยสภาพตัวแปร และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ที่ซึ่งการโจมตีและการตอบโต้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางจึงยิ่งถูกทิ้งห่างจนแทบจะเทียบไม่ติด เมื่อเหยียนเยว่เอ่อร์ตระหนักถึงเรื่องนี้ นางก็ถอนหายใจเบาๆ ความแตกต่างในประสบการณ์การต่อสู้นี้ ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ภายในหนึ่งหรือสองวัน เมื่อหลินหมิงบอกเป็นนัยว่านางเป็นภาระ ซึ่งเขาก็พูดถูกมาตลอด และขณะที่นางกำลังรู้สึกหดหู่และหงุดหงิด ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงหลินหมิงกล่าวออกมา นางเงยหน้าขึ้นก็ได้เห็นว่าในระยะไกลนั้น มันมีร่างหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามายังพวกเขา ร่างนี้เส้นผมรุงรังและร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือด ผู้หนึ่งสามารถรู้ได้ว่าเดิมทีนางมีลักษณะงดงามเพียงใด แต่น่าเสียดาย ตอนนี้หญิงงามผู้นี้มีบาดแผลที่น่าสยดสยองบนร่างกายของนาง ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายได้ใช้กรงเล็บฉีกที่ใบหน้าและลำคอของนางทั้งสามบาดแผลน่าสยอง ทำลายความงามของผู้หญิงอย่างสมบูรณ์ “สวรรค์! นั่นคือเหล่าศิษย์พี่สาวอาวุโสจากตำหนักขนฟีนิกซ์!" เหยียนเยว่เอ่อร์สะท้านด้วยความตกใจ นางจำผู้หญิงคนหนึ่งได้ ผู้หญิงคนนี้เหมือนกับนางและหลินหมิง นางมาจากหนึ่งใน 72 ตำหนักสาขา นางเป็นศิษย์พี่อาวุโสจากตำหนักขนฟีนิกซ์ พื้นหลังของนางเป็นตระกูลเล็ก มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนางที่จะต่อสู้เพื่อจุดนี้ได้ นอกจากนี้ นางยังเป็นผู้หญิง และมีเพียง 3 ใน 12 คนที่ได้เข้ามาในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ ด้วยเหตุนี้ เหยียนเยว่เอ่อร์จึงรู้สึกใกล้ชิดศิษย์พี่สาวผู้นี้ ตอนนี้เมื่อนางได้เห็นศิษย์พี่อยู่ในสภาพเลวร้ายเช่นนี้ นางจึงช่วยไม่ได้ที่จะสงสารนาง "ศิษย์พี่ ท่านเจ็บได้อย่างไร?" เหยียนเยว่เอ่อร์ถามอย่างเร่งรีบ สายตาศิษย์พี่ผู้นี้เหม่อลอยในตอนแรก แต่เมื่อนางได้ยินเสียงตะโกนของเหยียนเยว่เอ่อร์ นางเงยหน้าขึ้นมองเหยียนเยว่เอ่อร์และหลินหมิง ดวงตาของนางเปล่งประกายขึ้น "ศิษย์น้องเหยียน, ศิษย์น้องหลิน เป็นพวกเจ้า ข้าดีใจยิ่ง..." "ศิษย์พี่ มันเกิดสิ่งใดขึ้นกับท่าน..." "ข้าได้พบกับพืชแปลกๆ ข้าคิดว่ามันเป็นสมุนไพรจิตวิญญาณ แต่หลังจากที่ข้าเข้าไปใกล้มัน มันกลายเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่ที่ต้องการจับข้า ข้าได้จ่ายไปอย่างมากเพื่อหนีออกมา และข้าเกือบตาย!" ในขณะที่นางได้เห็นหลินหมิงและเหยียนเยว่เอ่อร์ นางก็ดูเหมือนจะสูญเสียพละกำลังทั้งหมดและเกือบจะล้มทั้งยืน เหยียนเยว่เอ่อร์รีบหยิบเอาโอสถฟื้นฟูออกมาจากแหวนมิติของนาง และกำลังจะนำไปให้ศิษย์พี่ผู้นี้ แต่ในขณะนี้ นางรู้สึกว่ามือของหลินหมิงที่จับแขนของนางเหมือนคีมเหล็กจนทำให้เกิดอาการปวด "ศิษย์พี่หลิน ท่านทำอะไร..." เหยียนเยว่เอ่อร์รู้สึกหนาวเล็กน้อยขณะที่นางถูกจับด้วยมือของหลินหมิง รสชาติแปลกๆเต็มอยู่ในปากของนาง เหยียนเยว่เอ่อร์ไม่ใส่ใจที่หลินหมิง ทำอะไรหยาบคายเช่นคว้าแขนนางไว้ในตอนนี้ เดิมทีนางรู้สึกเครียดมากในแดนเร้นลับนี้ และสงสัยทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว และตอนนี้ที่หลินหมิงคว้าแขนนางไว้เพื่อหยุด นางจึงระวังตัวขึ้นมากกว่าเดิม หรือจะเป็น… ในขณะที่ความคิดนี้แวบขึ้นในหัว ในช่วงเวลาสั้นๆ ศิษย์พี่ด้านหน้าของเหยียนเยว่เอ่อร์ก็ได้ยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย ร่างศิษย์พี่ผู้นี้ได้กลายเป็นเงาดำที่พุ่งเข้าหานางเหมือนวิญญาณชั่วร้าย กรงเล็บที่แหลมคมต้องการจับคอของเหยียนเยว่เอ่อร์! "มันเป็นปีศาจแดนเร้นลับ!" เหยียนเยว่เอ่อร์ตกใจมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรนางยังคงเป็นอัจฉริยะชั้นยอดของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา นางเอาชนะความตื่นตระหนกของตนได้ในทันทีและดึงกระบี่สีแดงบางออกมาจากแหวนมิติ ฟันออกไปในทันที นี่คือสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด พลังกระบี่เฉียบคมผ่าครึ่งแยกร่างเงาออกจากกัน! แต่ ปีศาจแดนเร้นลับนี้กลับไม่ตาย เดิมทีมันเป็นรูปแบบพลังงาน เช่นกระแสอากาศ ปราศจากร่างกาย ตอนนี้เมื่อมันถูกผ่าครึ่ง มันก็ยังคงพุ่งต่อไปยังเหยียนเยว่เอ่อร์! ร่างที่ถูกผ่ากลายเป็นใบหน้าที่ดุร้าย และน่าเกลียดที่เรียงรายไปด้วยเขี้ยวแหลมคม พุ่งไปหวังที่จะกัดลงยังต้นคอของเหยียนเยว่เอ่อร์ แม้ว่าเหยียนเยว่เอ่อร์จะยังไม่โดนการโจมตี แต่นางก็ยังคงรู้สึกถึงจิตสังหารที่เย็นยะเยือก โลหิตทั้งหมดในร่างกายของนางเกิดปั่นป่วนโดยจิตสังหารนี้ นางรู้ดีว่าเนื่องจากร่างกายของปีศาจแดนเร้นลับนี้มองไม่เห็น และไม่มีตัวตน มันจึงเชี่ยวชาญในการโจมตีทางจิตใจ และการโจมตีวิญญาณ หากนักสู้ที่มีเจตจำนงอ่อนแอถูกครอบงำโดยปีศาจแดนเร้นลับนี้ ทะเลแห่งจิตวิญญาณของพวกเขาจะถูกทำลายโดยรูปแบบพลังงาน จากนั้น ปีศาจแดนเร้นลับจะค่อยๆดูดพลังชีวิตของนักสู้จนกว่าพวกเขาจะไม่มีอะไรมากไปกว่าซากศพที่แห้งผาก! “ไป!” หลินหมิงคิ้วขมวด ในที่สุดเขาก็ลงมือ เขาไม่ได้ขยับ แต่หอกจิตวิญญาณต่อสู้สีทองพุ่งออกมาจากระหว่างคิ้วของเขา กลายเป็นลำแสงที่โชติช่วง ในขณะนั้น พลังเจตจำนงของหลินหมิงก็เหมือนกับดาบแห่งเทพเจ้าสงคราม รุ่งโรจน์และชอบธรรม แสงศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ฉีกพลังงานสองส่วนของปีศาจแดนเร้นลับจนสลายไปก่อนพุ่งถึงเป้าหมาย! ปีศาจแดนเร้นลับมีร่างกายที่ไม่มีตัวตน และเชี่ยวชาญในด้านเจตจำนงและวิญญาณ แต่ จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดของหลินหมิงได้มาถึงระดับทองแล้ว มันจึงเป็นคราวซวยของปีศาจแดนเร้นลับไปโดยปริยาย! “อ๊ากกกกกก!” ปีศาจแดนเร้นลับกรีดร้องก่อนที่จะระเบิดเป็นหมอกสีเทา หลินหมิงยืนมือออกไปและคว้าหมอกสีเทา ควบแน่นมันเป็นลูกบอล จากนั้น หลินหมิงก็หยิบเอาเตาหลอมสุริยันออกมาเพื่อปรับแต่ง เตาหลอมสุริยันนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง ที่เขาได้รับมากจากการต่อสู้เดิมพันกับฮั่วหยางกวง มันได้มาแทนเตาหลอมจักรวาลและกลายเป็นเตาหลอมโอสถใหม่ของเขา ร่างกายปีศาจแดนเร้นลับเป็นร่างกายพลังงานบริสุทธิ์ หลินหมิงจึงเพียงต้องใช้เตาหลอมโอสถ เพื่อเผาผลาญสิ่งสกปรกบางอย่างออกเท่านั้น นี่เป็นขั้นตอนง่ายๆที่เขาสามารถทำได้ด้วยตัวเอง หลังจากที่หลินหมิงกำจัดปีศาจแดนเร้นลับ เหยียนเยว่เอ่อร์ก็ยืนนิ่งอยู่ข้างๆและอับอาย นางรู้สึกช่วยไม่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ และนางก็มีเหตุผลที่จะต้องอับอาย ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ นางก็ได้พึ่งพาหลินหมิงเพื่อช่วยนางถึงสองครั้งแล้ว แม้ว่านางจะไม่ตาย แต่ถ้าเขาไม่ช่วย นางก็อาจได้รับบาดเจ็บรุนแรงถ้านางได้รับบาดเจ็บในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะในช่วงเวลาที่เพิ่งเริ่มการสำรวจแล้ว มันจะทำให้นางตกอยู่ในอันตรายอย่างมาก เดิมทีเหยียนเยว่เอ่อร์รู้ว่าเนื่องจากการบ่มเพาะ และพลังในการต่อสู้ของตนด้อยที่สุดใน 12 ศิษย์จากเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ถึงกระนั้นก็ตาม นางก็ไม่ได้คิดว่าพลังของตนจะราวกับเป็นขยะเช่นนี้ มันจึงทำให้นางละอายใจอย่างยิ่ง ในตอนแรกนางคิดว่าหลินหมิงดูถูกนางเกินไป และทำให้นางโกรธเขาและไม่พูดกับเขาตลอดทาง แต่ตอนนี้เมื่อนางคิดย้อนกลับไปแล้ว นางก็อยากขุดรูและซ่อนตัวอยู่ในนั้นตลอดไป ตัวตนที่น่าภาคภูมิเช่นนางได้สูญเสียใบหน้ามากถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? เมื่อนางเห็นว่าหลินหมิงกำลังจะปรับแต่งปีศาจแดนเร้นลับ ในที่สุดนางก็เปิดปากและพูดตะกุกตะกักออกมาว่า "เออ... เอา... เอาเป็นว่าเจ้าใช้เตาหลอมลายสลักเพลิงของข้าแทนดีหรือไม่?" “โอ้? หลินหมิงมองไปยังเตาหลอมลายสลักเพลิงในมือของเหยียนเยว่เอ่อร์ เตาหลอมขนาดเล็กและประณีตนี้มีลวดลายรูปดอกไม้และนก มันถูกหลอมขึ้นด้วยหยกจิตวิญญาณเพลิง "สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด? และยังเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดที่ใกล้เคียงกับการกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเทวะ!" หลินหมิงแอบประเมินคุณภาพของเตาหลอมนี้ ซึ่งไม่ด้อยไปกว่าหอกโลหิตฟีนิกซ์เลย นี่เป็นเรื่องปกติ เหยียนเยว่เอ่อร์เป็นผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา ถ้าหลินหมิงได้รับแหล่งพลังของเจ้าตำหนักรุ่นก่อน ถ่ายเทเข้าไปในสมบัติของเขา นางเองก็คงมีเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะปรับแต่งได้ง่ายขึ้นเขาต้องใช้เตาหลอมลายสลักเพลิง และนางได้ปิดผนึกเครื่องหมายวิญญาณของตนไว้ชั่วคราว ก่อนส่งมอบให้กับหลินหมิง "เป็นเตาหลอมที่ยอดเยี่ยม! นอกจากนี้มันยังมีแหล่งพลังของเจ้าตำหนักรุ่นก่อนด้วย คุณค่าของมันต้องมากกว่าเป็นหลายร้อยเท่าของเตาหลอมสุริยันเป็นแน่! ขอบใจเจ้ามาก" คำพูดขอบคุณของหลินหมิง ทำให้เหยียนเยว่เอ่อร์รู้สึกเจ็บปวดและขมขื่นในหัวใจของนางเล็กน้อย นางแอบคิดกับตัวเองว่า "นี่แทบจะเป็นเรื่องเดียวที่ข้าทำได้ดีที่สุด... "เมื่อข้าออกจากแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะนี้แล้ว ข้าต้องออกไปผจญภัยด้วยตัวเอง มันเป็นเช่นคำกล่าวที่ว่า ดอกไม้ที่เกิดในเรือนกระจกไม่สามารถทนทานต่อลมและฝนได้ แม้ว่าข้าจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ข้าก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้อย่างลึกซึ้งเช่นในวันนี้มาก่อน เมื่อเทียบกับสหายผู้นี้ ข้าก็ไม่ต่างจากเด็กน้อยที่ถูกเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่! ไม่ว่าจะเป็นปะการังสีดำหรือปีศาจแดนเร้นลับ ทั้งคู่ก็ควรจะมีพลังพอๆกับข้า แต่พวกมันสามารถใช้วิธีการแปลกประหลาดที่สามารถจะทำให้ข้าพ่ายแพ้ได้ ข้าอาจประสบความสูญเสียครั้งหรือสองครั้ง แต่ถ้าข้ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าก็คงจะพินาศลงที่นี่เป็นแน่!" เหยียนเยว่เอ่อร์กำหมัดแน่นด้วยความมุ่งมั่น นางสาบานด้วยใจว่าจะต่อสู้อย่างแท้จริงให้มากขึ้นในอนาคต เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการต่อสู้ของนางเอง สำหรับการทะลวงขั้นพลังนั้น นางก็ไม่ได้กังวลเลย เมื่อชือจ้านอวิ๋นอายุ 29 ปี เขาก็อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เท่านั้น ดังนั้นนางจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ขณะที่เหยียนเยว่เอ่อร์กำลังคิดเรื่องนี้ หลินหมิงก็ได้วางมือลงบนเตาหลอมลายสลักเพลิงและถ่ายเทความร้อนด้วยเพลิงจริง! ปีศาจแดนเร้นลับกรีดร้องขณะที่มันถูกเผาอยู่ภายในเตาหลอม มันยังคงเปล่งเสียงร้องจนเมื่อสติของมันถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ภายในเตาหลอม สิ่งที่หลงเหลืออยู่จึงมีเพียงพลังงานบริสุทธิ์ที่ควบแน่นเป็นเส้นสายรุ้ง ในช่วงครึ่งชั่วธูป เส้นสายพลังงานก็ได้ไหลออกมา หลินหมิงตัดครึ่งพลังงานนี้ เขากลืนกินมันเข้าไปในร่างกายครึ่งหนึ่งและอีกหนึ่งถ่ายเทเข้าไปในร่างของเหยียนเยว่เอ่อร์ “หืม?" เหยียนเยว่เอ่อร์หน้าแดงและดูดซับพลังงานนี้อย่างเงียบงัน นางรู้ว่านี่คือค่าชดเชยที่หลินหมิงได้ใช้เตาหลอมของนาง "สหายผู้นี้น่ารังเกียจจริงๆ มันจำเป็นที่จะต้องแบ่งทุกอย่างให้ชัดเจนถึงเพียงนี้?" พลังงานภายในปีศาจแดนเร้นลับมีกฎของโลกนี้อยู่ สิ่งเหล่านี้ยากมากที่จะรับรู้ได้จากภายในจักรวาลของแดนเทวะ หลังจากเหยียนเยว่เอ่อร์ได้รับพลังงาน นางก็รู้สึกราวกับว่าลมร้อนพัดผ่าน ทั่วร่างกายของนางเริ่มร้อนขึ้น พลังงานไหลไปทั่วร่างกาย ทำให้ร่างกายของนางเบาขึ้นราวกับว่านางลอยอยู่เหนือเมฆ และในเวลาเดียวกัน ภายในจิตใจของนางก็ยังได้เข้าใจกฎขึ้นอีกเล็กน้อยด้วย สำหรับอัจฉริยะศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ พลังงานของปีศาจแดนเร้นลับไม่สำคัญเกินไป แต่ที่สำคัญคือกฎที่มีอยู่ภายในพวกมัน และเป็นการเก็บเกี่ยวที่ดีอย่างมาก! เมื่อนักสู้รับรู้กฎ การรับรู้กฎในระดับหนึ่งก็คือแง่มุมหนึ่ง แต่แง่มุมอื่นคือการทำความเข้าใจกฎที่ครอบคลุม! ผู้หนึ่งต้องเข้าใจกฎหลากหลายประเภท โดยเฉพาะการสรุปกฎทั้งหมดเข้าด้วยกัน มันจึงจะสามารถเข้าใกล้ความจริงแห่งจุดกำเนิดของจักรวาลได้! หลังจากนั้นไม่นาน นางรู้สึกว่าความเข้าใจในวิถีระดับที่ 4 ของกฎแห่งเพลิงของตนได้ลึกซึ้งมากขึ้น เกือบเทียบเท่า 10 วันของเข้าฌาน ถ้าหากนางได้รับพลังงานของปีศาจแดนเร้นลับมากขึ้น นางก็จะสามารถเข้าใจกฎแห่งเพลิงได้มากยิ่งขึ้นไปด้วย!